วิธีการทำรองเท้าหนังแบรนด์ดัง ตอนที่ 2 (ตอนจบ)

RSS
วิธีการทำรองเท้าหนังแบรนด์ดัง ตอนที่ 2 (ตอนจบ)

ครั้งที่แล้วแอดมินได้เล่าเกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนหนังสัตว์ให้กลายมาเป็นหนังทำรองเท้ากันไปแล้ว วันนี้แอดมินจะมาพารู้จักกับหนังแต่ละชนิดกันฮะ ว่านอกจากชื่อสวยหรูดูแพงแล้วนั้น เนื้อในจะต่างกันอย่างไรบ้าง รองเท้าหนังแท้เหมือนกัน บางทีราคาต่างกันลิบลับ มันเป็นเพราะอะไร ตามมาดู

หลังจากขั้นตอนการฟอกหนัง เราอาจนำหนังมาย้อมสีต่างๆ ตามต้องการ อาจจะเป็นสีจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ เป็นต้น หรือสีสังเคราะห์ที่เริ่มมีการใช้ในศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา เพราะให้สีที่หลากหลายและย้อมติดง่ายกว่า โดยอาจใช้วิธีใส่หนังเข้าไปในถังที่หมุนได้ เพื่อให้ย้อมติดสี (Dyeing) หรือใช้เครื่องพ่นสีลงบนหนัง (Staining) ภายหลังการย้อมสีเราสามารถจำแนกหนังออกเป็นประเภทได้ ดังนี้

1. Full Grain Leather

หนังประเภทนี้คือหนังที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนอื่นๆ เพิ่มเติม คือมาแบบไหนแบบนั้นเลยฮะ และอย่างที่เคยได้บอกไปแล้วว่าหนังชั้นนอกสุดจะมีความเหนียวและแน่นมากกว่าหนังชั้นใน หนังประเภท full grain คือหนังที่ยังมีส่วนชั้นนอกสุดที่เหนียวๆนี้อยู่นั่นเองฮะ ทำให้หนังชนิดนี้มีความแข็งค่อนข้างมาก และราคาแพงที่สุด บางทีอาจหนาถึง 5 มิลลิเมตรเลยฮะ บางคนก็อาจจะไม่ชอบเท่าไร เพราะมันไม่ค่อยนุ่มฮะ เช่น Nike Cortez, adidas Gazelle

2. Top Grain และ Tumbled Leather

เมื่อนำหนังแบบ full grain มาสไลด์ออกเป็นชั้นๆ ชั้นบนสุด นั้นจะเรียกว่า top grain ซึ่งจะยังคงคุณสมบัติในเรื่องของความเหนียวของหนัง มีความทนทาน และนำไปขึ้นรูปทรงต่างๆได้ง่าย บางครั้งอาจมีการขัดด้วยกระดาษทรายเพื่อให้มีความเรียบลื่น และเคลือบทับด้วยแว็กซ์หรือน้ำมันเพื่อให้หนังคงทนมากขึ้น เช่น NB 1500

ส่วนหนัง tumbled คือหนัง top grain ที่ถูกนำไปปั่นรวมกับหินก้อน เพื่อทำให้หนังมีการคลายตัว นิ่มและยืดหยุ่นมากขึ้น (ถ้าเอา full grain ไปปั่นจะเรียกหนังชนิดนี้ว่า nappa leather) เช่น Air Force 1 (บางรุ่น)

3. Corrected Grain Leather

หนังชนิดนี้จะมีราคาต่ำกว่า เพราะใช้ส่วนของหนังชั้นในที่ค่อนข้างนิ่ม ปัญหาที่มักพบคือมักจะไม่ค่อยคงทน แตกง่าย ซึ่งอาจมีการทำเป็นลายหนังปลอมๆ ขึ้นมา เพื่อให้ดูเหมือนส่วน top grain เช่น Nike Premium ‘Ostrich’ Pack

หนัง corrected grain ที่พบมากสุด ได้แก่ pebble grain, Scotch grain เช่นรุ่น Air Force 1 Hi SE ถ้าเกิดว่าเห็นป้ายเขียนว่า Genuine Leather’ นั่นหมายความว่าหนังนั้นคือ corrected grain แม้จะฟังดูดี แต่ก็แอบแฝงนัยบางอย่างไว้ฮะ

4. Bonded Leather

สำหรับหนังคุณภาพต่ำสุดเลยจะเรียกว่า bonded leather ซึ่งพูดง่ายๆ วิธีการได้มาก็เหมือนกับการทำไม้อัดนั่นล่ะฮะ เพราะเป็นการนำชิ้นส่วนหนังเล็กๆ ที่ไม่เต็มผืนมาติดกันด้วยกาว และรีดให้เป็นแผ่น หนังประเภทนี้ดูๆ ไปจะเหมือนทำจากยาง และมักจะทำออกมาเป็นลายหนังจระเข้อะไรพวกนี้ฮะ ไม่ค่อยนิยมกัน เพราะความทนทานต่ำ

5. Suede และ Roughout Leather

Suede ก็คือ หนังกลับ แต่หลายๆคนมักเข้าใจผิดว่า หนังกลับ คือการกลับเอาหนังด้านในออกมาไว้ด้านนอก ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ซะทีเดียวฮะ ถ้าเอาหนังมากลับด้านเฉยๆ อันนี้จะเรียกว่า roughout leather แต่ suede นั้นคือการเอาหนังที่ไม่ใช่ top grain มาขัดด้วยกระดาษทรายจนเส้นใยหนังเหนียวๆหลุดออกไปเกือบหมด เหลือไว้แต่ขนหนังที่ดูนุ่มฟู ยิ่งฟูเท่าไรแสดงว่าเป็นหนังชั้นลึกๆมากเท่านั้น เช่นรุ่น mita x ASICS นี้อาจจะเป็นหนังชั้นในสุดเลยก็ว่าได้ หนังกลับนั้นจะมีความพรุนสูง เลยมักจะมีรอยขูดขีด หรือเปียกน้ำได้ง่าย เรียกว่าดูแลรักษาค่อนข้างยากนั่นเองฮะ เช่น

6. Nubuck

Nubuck ก็เป็นหนังกลับอีกชนิดหนึ่งที่คล้าย suede ดูภายนอกอาจแยกยาก แต่ต่างกันตรงที่ nubuck นั้นทำมากจากหนังชั้น top grain จึงทำให้ยังมีความเหนียวอยู่ภายใน แม้ภายนอกจะนุ่มๆ เหมือนกัน เช่น Timberland, New Balance

7. Patent, Pull Up Leather

Patent leather คือหนังที่ถูกเคลือบด้วยแล็กเกอร์ หรือแว็กซ์ มีความเงามากๆ จนดูเหมือนพลาสติกมากกว่าหนัง เช่น Air Jordan หลายๆ รุ่นก็จะมีส่วนประกอบของหนังชนิดนี้อยู่

สำหรับหนังที่ยังคงเหมือนหนังแต่ดูมันๆหน่อย เช่น หนังของแบรนด์ Horween x Vans นั้นเรียกกันว่า pull up leather ซึ่งเวลางอหนังพวกนี้จะเห็นว่าสีจะอ่อนลง และจะมีรอบขูดขีดได้ง่าย 

8. Exotic Leathers

คือหนังจากสัตว์ประเภทอื่นๆ ที่แปลกๆ เช่น หนังกิ้งก่า หนังจระเข้ หนังงู หนังนกกระจอกเทศ หนังช้าง หนังเต่า หนังปลา.. อันหลังเริ่มไม่ใช่ละฮะ ซึ่งส่วนมากแล้วรองเท้าที่เราเห็นว่าเป็นลายหนังสัตว์สวยๆ นั้นมักจะไม่ได้ทำจากหนังสัตว์ชนิดนั้นๆจริงๆหรอกฮะ แต่จะเป็นหนัง corrected grain ซะมากกว่า แค่พิมพ์ลายลงไปเอง เพราะหนัง exotic นี้หายากและก็แพงมากๆ คนที่รักสัตว์ก็มักจะต่อต้านกันกลายๆ ทำไปเดี๋ยวโดนฟ้องฮะ ไม่ทำดีกว่า ยกเว้นแต่รุ่น Customs จริงๆ นานๆ ถึงจะมีสักครั้งฮะ

JBF Customs Air Jordan 1 with python and alligator leather

JBF Customs Air Jordan 1 with shark and elephant leather

เป็นอย่างไรกันบ้างฮะ ทีนี้เวลาจะเลือกซื้อรองเท้าหนัง จะได้ดูชนิดของหนังกันเป็นแล้วนะฮะ ส่วนแอดนี้ภูมิใจมากมี full grain กับเขาด้วย กิกิ ปลาบปลื้มสุดๆ

โพสต์ก่อนหน้า โพสต์ถัดไป

  • Songladda Rungsriruang
Comments 0
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ*
Email*
ความคิดเห็น *
* กรุณากรอกให้ครบ